เข้าสู่ระบบ
แยกตามจังหวัด
กระบี่ (938)
กรุงเทพมหานคร (10141)
กาญจนบุรี (55)
กาฬสินธุ์ (10)
กำแพงเพชร (11)
ขอนแก่น (136)
จันทบุรี (19)
ฉะเชิงเทรา (16)
ชลบุรี (508)
ชัยนาท (17)
ชัยภูมิ (7)
ชุมพร (2)
ตรัง (3)
ตราด (1)
ตาก (3)
นครนายก (6)
นครปฐม (79)
นครพนม (4)
นครราชสีมา (37)
นครศรีธรรมราช (6)
นครสวรรค์ (2)
นนทบุรี (490)
นราธิวาส (0)
น่าน (6)
บุรีรัมย์ (9)
ปทุมธานี (284)
ประจวบคีรีขันธ์ (27)
ปราจีนบุรี (7)
ปัตตานี (6)
พระนครศรีอยุธยา (35)
พะเยา (19)
พังงา (27)
พัทลุง (3)
พิจิตร (2)
พิษณุโลก (11)
ภูเก็ต (219)
มหาสารคาม (17)
มุกดาหาร (0)
ยะลา (1)
ยโสธร (2)
ร้อยเอ็ด (2)
ระนอง (0)
ระยอง (117)
ราชบุรี (35)
ลพบุรี (1)
ลำปาง (14)
ลำพูน (13)
ศรีสะเกษ (7)
สกลนคร (2)
สงขลา (58)
สตูล (1)
สมุทรปราการ (203)
สมุทรสงคราม (0)
สมุทรสาคร (51)
สระบุรี (17)
สระแก้ว (135)
สิงห์บุรี (3)
สุพรรณบุรี (82)
สุราษฎร์ธานี (12)
สุรินทร์ (1)
สุโขทัย (5)
หนองคาย (7)
หนองบัวลำภู (0)
อ่างทอง (1)
อำนาจเจริญ (8)
อุดรธานี (10)
อุตรดิตถ์ (1)
อุทัยธานี (1)
อุบลราชธานี (162)
เชียงราย (25)
เชียงใหม่ (226)
เพชรบุรี (15)
เพชรบูรณ์ (2)
เลย (1)
แพร่ (6)
แม่ฮ่องสอน (0)
-
เสี่ยงให้น้อยที่สุด เมื่อต้องเลือกซื้ออุปกรณ์ IT มือสอง
ขึ้นชื่อว่าของถูกใครก็อยากได้ โดยเฉพาะถูกแล้วดี ในคราวนี้ cc2hand จะนำเสนอเจาะลึกเทคนิคการซื้อของมือสองแบบไทยๆ อย่างที่ไม่เคยลงที่ไหนมาก่อน แล้วเราจะรู้ว่าการซื้อของมือสองไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิดอีกต่อไป
การซื้ออุปกรณ์หรือของมือสองในวงการคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ด้วยความที่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีการสื่อสาร ทั้งในอินเทอร์เน็ตดูจะมีความทันสมัยขึ้นมามาก มีเว็บไซต์ขายของต่างๆ มากมายให้เราได้เลือกกัน บางที่ขายแต่ของมือสอง บางทีก็ขายแต่ของมือหนึ่ง หรืออาจจะขายทั้งสองอย่าง กระแสการซื้อขายบนอินเทอร์เน็ตนั้นมันเกิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนในอันดับแรก ก่อนที่จะขยายไปยังที่ต่าง เว็บไซต์ที่โด่งดังมากที่สุดก็คงจะเป็น eBay ที่เปิดโอกาสให้ใครต่อใครได้มาลงประกาศ ประมูลซื้อขายกันในอินเทอร์เน็ต จนพาให้เว็บไซต์โด่งดังในชั่วข้ามคืน มีชื่อเสียงในเรื่องที่คุณสามารถหาซื้อของได้แทบทุกประเภทในเว็บไซต์ กระแสเหล่านี้ในระยะหลังก็เข้ามาสู่เมืองไทย จนการซื้อขายของในเว็บไซต์ก็มีเพิ่มขึ้นมามากมาย ประกาศซื้อขายกันจนแทบจะเป็นเรื่องปกติ การซื้อขายทำได้ง่ายกว่าในอดีตมาก ผู้คนสามารถเข้ามาเช็กสินค้า ติดต่อกับคนขายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ในครั้งนี้เราจะมาดูกันเฉพาะในส่วนที่เป็นการซื้อขายสินค้า IT ว่ามีจุดสำคัญอะไรที่จะต้องพิจารณากันบ้าง
บทความที่ลงให้อ่านกันส่วนใหญ่ มักจะเป็นบทความที่แนะแนวหรือแนะนำในการเลือกซื้อของมือหนึ่งมากกว่า และมีไม่บ่อยนักที่จะมีบทความเกี่ยวกับสินค้ามือสองให้ได้อ่านกัน เดี๋ยวนี้การซื้อขายมือสองไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มเล็กๆ อีกต่อไป บทความนี้อาจจะไม่ใช่บทสรุปที่ชัดเจนที่สุดในการเลือกซื้อ แต่ทาง Winmag ของเราก็พยายามที่จะรวบรวมเอารายละเอียดที่จำเป็นในการเลือกซื้อสินค้าอุปกรณ์มือสองแต่ละอย่างให้ได้ครอบคลุมที่สุด เราไม่อาจประกาศตัวว่าเป็นผู้รู้หรือกูรูในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวกับสินค้ามือสอง แต่เชื่อว่าถ้าผู้อ่านได้อ่านบทความนี้จบ จะช่วยให้พอมีความรู้และแนวทางในการเลือกซื้อกลับไปใช้งานในสถานการณ์จริงบ้างไม่มากก็น้อย ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการซื้อของมือสองก็แล้วกัน เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากในการประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากว่าเดี๋ยวนี้การติดต่อระหว่างกันทำได้อย่างง่ายดายและสะดวกมีช่องทางต่างๆ มากมาย ในขณะเดียวกัน ช่องว่างที่มีมากมายเหล่านั้นอาจะเปิดช่องทางให้มิจฉาชีพเข้ามาได้ง่ายๆ เช่นกัน การซื้อสินค้ามือสองควรที่จะมองในแง่ร้ายไว้ก่อนเสมอ อย่างน้อยก็ป้องกันตัวคุณได้ในระดับหนึ่ง
สินค้ามือสองของดีๆ ก็มีอยู่มากบางคนที่ไม่เคยซื้อสินค้ามือสอง หรืออาจจะสองจิตสองใจหรือไม่มั่นใจในของมือสองว่าคุณภาพของสินค้าจะดีแค่ไหน ในความเป็นจริงของมือสองเราคงจะไปหาสินค้าที่มีความสมบูรณ์พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ขึ้นชื่อว่าของมือสองก็แสดงว่าต้องเคยผ่านมือใครสักคนมาบ้างแล้ว ของมือสองนั้นถ้าจะซื้อกันจริงๆ แน่อนว่ามีของใหม่อยู่ด้วย ผู้ขายอาจจะเกิดความจำเป็นบางประการ อย่างเช่นปัญหาเรื่องความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์เก่า หรือว่าจะเป็นประเภทร้อนเงิน ซึ่งทั้งสองแบบนี้ถ้าคุณโชคดีก็สามารถได้ของมือสองที่มีสภาพน้องๆ มือหนึ่งได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้อาจจะมีปัจจัยอย่างอื่นอีก เช่นลักษณะการใช้งานของเจ้าของเดิมว่ารักษาของแค่ไหน ใช้งานหนักมั้ย ทั้งหมดล้วนส่งผลต่อสภาพของสินค้าได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราจะตัดสินว่าสินค้ามือสองหาดีๆ ยากก็อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไปสำหรับการซื้อขายสินค้า IT
มือสองในที่นี้เราพอจะแบ่งออกได้เป็นสองรูปแบบนั่นก็คือการซื้ออุปกรณ์ตามร้านที่เป็นของมือสองโดยเฉพาะ ดังที่เราจะเห็นได้ตามแหล่งต่างๆ ทั้งในพันธุ์ทิพย์และ IT Mall สินค้าในร้านอาจจะเป็นสินค้ามือสองจากต่างประเทศ เป็นต้น ส่วนอีกประเภทก็คือการซื้อของผ่านทางเว็บไซต์ และทั้งสองแบบนี้ก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป ในลำดับแรกก่อนที่จะดูรายละเอียดของการเลือกซื้อสินค้าเป็นชิ้นๆ เราจะมาดูกันก่อนว่าลักษณะการซื้อของมือสองแต่ละแบบนั้นเป็นอย่างไร มีจุดเด่นจุดด้อยรูปแบบไหน ดังรายละเอียดที่จะกล่าวในลำดับต่อไปนี้
การลงประกาศซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
เป็นการซื้อขายที่เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน การซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นสิ่งที่น่าจับตามองไม่น้อย จุดเด่นของการลงประกาศในเว็บไซต์ก็คือ มีผู้คนจำนวนมากสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็ว ตรงกลุ่มเป้าหมาย รายละเอียดอาจจะมีตั้งแต่การประกาศขายสินค้าทั่วไปจนไปถึงการประมูลสินค้ามือสองก็ได้ ผู้ซื้อกับผู้ขายสามารถติดต่อกันได้โดยตรง อาจจะผ่านทางเว็บบอร์ดก็ได้ ซึ่งการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นมีทั้งข้อดี และข้อเสียที่พอๆ กัน ข้อดีของการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตก็คือ สินค้าจะมีให้คุณเลือกมากมายหลายรุ่น ในเว็บไซต์ขายสินค้ามือสองชื่อดังหลายแห่งจะแบ่งชนิดของสินค้าตามหมวด ทำให้เราสามารถเข้าไปหาสินค้าที่ต้องการได้โดยเจาะเป็นหมวดๆ ซึ่งทำได้รวดเร็วกว่า และเจอสินค้าที่ต้องการค่อนข้างแน่นอน
แต่ในขณะเดียวกันก็มีจุดเสี่ยงอยู่ตรงที่ คุณภาพของสินค้าอาจจะไม่แน่นอน คุณไม่สามารถเห็นสินค้าก่อน ไม่มีการรับประกันที่แน่นอน ทั้งหมดนี้อาจจะทำได้ในการนัดเจอกันนอกสถานที่ อาจจะทำให้เสียเวลาบ้างในกรณีที่เจอสินค้าที่สภาพไม่ถูกใจ ส่วนอีกจุดที่ต้องระวังก็คือการซื้อขายสินค้าในอินเทอร์เน็ตนั้นจะมีผู้เสนอซื้อและขายคับคั่ง ในจุดนี้อาจเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพสามารถแฝงตัวเข้ามาได้ง่าย เดี๋ยวจะกล่าวในส่วนของข้อควรระวังในการเลือกซื้อ
การซื้อสินค้าผ่านร้านขายของมือสอง
การซื้อสินค้าในร้านขายของมือสองนั้น ข้อได้เปรียบของร้านประเภทนี้ก็คือว่า ร้านมีหลักแหล่งที่นอน สินค้าที่ร้านนำมาจำหน่ายส่วนใหญ่มักจะมีรับประกันในเวลาที่กำหนด อาจจะสามเดือน มากหรือน้อยกว่านั้นแล้วแต่ประเภทของสินค้า วางใจได้ในระดับหนึ่งในกรณีที่เกิดสินค้ามีปัญหาก็สามารถตามหาตัวได้ง่ายๆ เวลาซื้อจะเห็นตัวสินค้าของจริง สามารถลองได้อย่างเช่นจออมนิเตอร์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีจุดด้อยอยู่ตรงที่ สินค้าในร้านจะมีไม่มากนัก บางอย่างราคาสูงอยู่บ้าง อาจจะทำให้เราไม่มีโอกาสให้เลือกได้มากนักประการสำคัญก็คือ สินค้าที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่มักจะมาจากต่างประเทศ บางรุ่นอาจจะไม่มีจำหน่ายใน เมืองไทย ส่วนนี้อาจะมีปัญหาบ้างในการหาอะไหล่เปลี่ยน และไม่มีศูนย์บริการหลังการขาย อย่างเช่นจอ LCD บางยี่ห้อ ตลอดจนคอมพิวเตอร์เซตบางยี่ห้อที่ไม่มีจำหน่ายในบ้านเรา ถ้าจะซื้อก็ต้องชั่งใจกันให้ดี แต่ก็มีบางอย่างเหมือนกันที่เป็นสินค้าค้างสต๊อกก็อาจจะมีมาขายให้เราได้เห็นกัน
ส่วนใหญ่ของค้างสต๊อก หรือสินค้าเก่านั้นจะเป็นสินค้าที่ใหม่ แต่ว่าอาจจะต้องระวังเรื่องการรับประกัน เสียขึ้นมาถ้าของในร้านหมดเขาก็ไม่รู้จะหามาให้เปลี่ยนจากไหนล่ะ
แหล่งขายสินค้ามือสองทั้งสองแบบอาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง แต่ละท่านจะถนัดหรือสนใจชอบแบบไหนก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบ เพราะส่วนสิ่งที่ผมจะกล่าวถึงในวันนี้คงจะเป็นการกล่าว แนะนำการเลือกซื้อของมือสองในส่วนที่เป็นสินค้า IT อย่างเช่นเครื่องคอมพิวเตอร์ ตลอดจนอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ซะมากกว่า ว่าการเลือกซื้อสินค้าในแต่ละประเภทนั้นเราจะต้องดู ต้องศึกษาอะไรบ้าง อะไรที่ควรซื้อ และอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง ทั้งหมดนี้เราจะพิจาณาจากอายุการทำงานของอุปกรณ์แต่ละประเภท อะไหล่และความนิยมว่าจะหาเปลี่ยนได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นชื่อว่าของมือสองแล้วก็มีทั้งที่ใหม่ และเก่า อาการเสียเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นแน่นอน ซึ่งในส่วนนี้สำคัญมากในการเลือกซื้อเช่นกันอุปกรณ์มือสองที่นิยมซื้อขายกันในท้องตลาด
ลำดับแรกนี้มาดูในส่วนของอุปกรณ์ที่เป็นที่นิยมในท้องตลาดกันก่อน อุปกรณ์ที่นิยม ซื้อง่ายขายคล่อง ไม่ค่อยมีปัญหา อุปกรณ์หลักๆ เลยก็คือเมโมรี และซีพียู ทั้งสองอุปกรณ์นี้จะเป็นอุปกรณ์ที่มีอัตรการเสียต่ำ ถ้าคนใช้ไม่พิสดารจริงๆ ก็ยาก ที่จะเสีย ดังจะเห็นได้ว่าราคาของเมโมรีมือสองนั้นมักจะมีราคาที่สูงเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งมักจะอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ของราคาขายมือหนึ่ง ซีพียูถ้าผู้ซื้อไม่สนใจเรื่องความเร็วแล้วก็จะเป็นอุปกรณ์ที่เสียยากเช่นกัน การใช้งานไม่ค่อยมีปัญหามากนัก นอกจากอุปกรณ์สองอย่างข้างต้นแล้วก็จะมีอุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนอื่นๆ อีกอย่างเช่นกล้องดิจิตอล ซาวนด์การ์ด วีจีเอการ์ด และจอมอนิเตอร์
ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าอุปกรณ์ที่เป็นที่นิยมซื้อขายกันส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์ที่มีชิ้นส่วนเป็นชิปอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ซึ่งถ้าไม่เกิดปัญหาจากเรื่องกระแสไฟฟ้าหรือการนำไปใช้งานผิดประเภทอย่างเช่นการทำ overclock หรือการเพิ่มแรงดันไฟให้กับชิปมากเกินไปล่ะก็มักจะไม่มีปัญหา อุปกรณ์ทั้งหมดมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าอุปกรณ์ที่เป็น Mechanics ซึ่งมักมีอายุการทำงานที่สั้นกว่า และมักมีปัญหาเมื่อมีอายุการใช้งานมาได้ระยะเวลาหนึ่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มือสองที่ควรหลีกเลี่ยง
อุปกรณ์ที่ควรหลีกเลี่ยง หรือไม่เป็นที่นิยมซื้อขายกัน ที่เห็นกันเด่นชัดที่สุดก็คงเป็นฮาร์ดดิสก์ และซีดีรอม อย่างเช่นฮาร์ดดิสก์นั้นจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 50,000 ชั่วโมง (ดูได้จากใน data sheet) แต่เชื่อได้เลยว่าหาคนที่ใช้งานฮาร์ดดิสได้ถึง 50000 ชั่วโมงแล้วยังไม่มีปัญหาได้น้อยมาก ฮาร์ดดิสก์เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นจากอุปกรณ์ภายในเอง ปัญหาการเกิด bad sector เป็นต้น
ในขณะที่ซีดีรอมนั้น ไม่ว่าจะเป็น DVD, CD, CD/RW ล้วนแต่มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณสองปีเท่านั้น และมักจะมีปัญหาในเรื่องของหัวอ่าน อาจจะ seek ข้อมูลได้ช้า มอเตอร์ไม่หมุน ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะเกิดจากการใช้งานหนัก หรืออาจจะเกิดจากฝุ่นก็ได้ อุปกรณ์ที่มี Mechanics Path เป็นอุปกรณ์ส่วนใหญ่นั้นจะมีความเสียงในการซื้อมือสองค่อนข้างมาก เพราะมั่นใจได้ว่าในระยะเวลาช่วงหนึ่งปีอุปกรณ์เหล่านี้อาจเกิดปัญหาได้ทุกเมื่อสิ่งหลักๆ ที่ต้องพิจารณาในการซื้อของมือสอง
สิ่งหลักๆ ที่ต้องพิจาณาที่ผมจะกล่าวถึงในที่นี้ แท้จริงแล้วอาจจะเป็นเรื่องพื้นฐาน การพิจารณาบางอย่างอาจจะตล้ายๆ กับการซื้อสินค้ามือหนึ่งอยู่บ้าง อาจจะไม่ใช่ศาสตร์ที่ตายตัว แต่ก็สำคัญไม่น้อยในการเลือกซื้อสินค้ามือสอง
1. ดูว่าสินค้าที่เราจะซื้อนั้นมาจากตัวแทนจำหน่ายรายใดสำคัญไม่น้อย
การซื้อของมือสองย่อมหมายความว่าเราต้องแบกรับความเสี่ยงต่ออายุการทำงานของสินค้า ที่ซื้อไว้ในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็ไม่เสียหายถ้าจะบอกว่าคุณควรที่จะตรวจสอบผู้ขายถึงที่มาของสินค้าว่าเป็นสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายรายใด เพราะเมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นมาคุณสามารถที่จะนำไปซ่อม เข้าศูนย์บริการ ตลอดจนเคลมได้อย่างถูกต้อง ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นมามันจะช่วยได้มาก
2. พยายามเลือกสินค้าที่ยังอยู่ในประกัน
มีของมือสองที่ประกาศจำหน่ายกันอยู่ในอินเทอร์เน็ตจำนวนไม่น้อยที่ยังอยู่ในประกัน ยังไงการมีประกันเหลืออยู่สักเดือนสองเดือนก็ย่อมดีกว่าไม่มีประกันเหลือแน่ๆ และเมื่อซื้อถ้าทางผู้ขายบอกว่ายังมีประกันอยู่ก็ควรตรวจสอบ Void ด้วยว่ามีรอยฉีกขาดหรือไม่ ระยะการรับประกันที่เหลืออย่างน้อยก็ช่วยรับประกันความปลอดภัยของคุณไว้ได้ในระดับหนึ่ง เพราะสินค้าบางอย่างมีระยะรับประกันนานถึงสามปีอย่างเช่นฮาร์ดดิสก์ หรือการ์ดจอบางยี่ห้อที่รับประกันถึงห้าปีก็มี ยังไงรับประกันร้านก็ยังดีกว่าการรับประกันปากเปล่าจากผู้ขาย ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ถึงเขาจะอยากช่วยก็คงไม่ช่วยอะไรคุณได้มากนักถ้าสินค้านั้นหมดประกันไปแล้ว
3. ทดลองก่อนซื้อ ถ้ามีโอกาส
การได้ทดลองสินค้าก่อนซื้อจะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบในเบื้องต้นได้ว่าสินค้านั้นมีปัญหาหรือเปล่า แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นสัญญาลูกผู้ชายกันมากกว่าว่าของที่ขายให้นั้นใช้ได้แน่นอน แต่เพื่อความปลอดภัยการได้ลองก็ยังดีกว่าไม่ได้ลอง อย่างเช่นจอมอนิเตอร์ กล้องดิจิตอล ตลอดจนเครื่องเล่น MP3 การได้ลองถึงประสิทธิภาพสูงสุดว่าทำได้เท่าไหร่ ตรงตามสเปกหรือไม่ก็เป็นประโยชน์เหมือนกัน แต่อุปกรณ์ที่ลองลำบากๆ อย่างเช่น เมโมรี เมนบอร์ดนั้น ถ้านัดเจอกันในที่สาธารณะก็จนปัญญา ตรวจสอบจากร่อยรองความเสียหายภายนอกไว้ก่อนเท่าที่ทำได้
4. ซื้อของนอกดูให้ละเอียดเป็นสองเท่า
ของนอกที่ผมกล่าวถึงอาจจะรวมถึงของหิ้ว ของมือสองบางชนิดจากต่างประเทศ อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นของบทความว่าของมือสองจากนอก อย่างเช่น computer set หรือ notebook บางรุ่นจะสวยจริง รูปทรงบาดตา รูปร่างบาดใจ แต่ถ้าเสียขึ้นมา ไม่มีอะไหล่ ก็ไม่ต่างอะไรจากเศษเหล็กล่ะ โดยเฉพาะโน้ต Notebook จากญี่ปุ่นบางรุ่นที่จะมีปัญหาเรื่องซอฟต์แวร์ อย่างที่รู้กันว่าอุปกรณ์ในญี่ปุ่นหลายๆ อย่างมักจะเป็นรุ่นที่ทำใช้เองในประเทศเท่านั้น
แน่นอนว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้มักจะเป็นภาษาญี่ปุ่น ทีนี้เมื่อเกิดปัญหาอาจจะเป็นเรื่องของซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการลงระบบปฏิบัติการภาษาอังกฤษ หรืออาจจะต้องยอมตัดฟังก์ชันบางอย่างทิ้งไปเนื่องจากว่าคุณไม่สามารถหาไดรเวอร์ภาษาอังกฤษมาให้มันได้ เราไม่ได้หมายความว่าห้ามซื้อ ถ้าอยากได้จริงๆ ควรตรวจสอบจากผู้จำหน่ายให้ดีว่าให้อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ ไดรเวอร์มาครบ ทั้งหมดนี้เป็นข้อปลีกย่อยที่คนซื้อมักจะไม่ค่อยนึกถึงเท่าไหร่
5. พยายามซื้อของที่คนอื่นเขาใช้กัน
ความหมายของข้อนี้ก็คือว่า คุณควรจะซื้ออุปกรณ์มาตรฐานที่เป็นที่นิยม หาร้านซ่อมได้ง่ายๆ เกาะกระแสเข้าไว้ปลอดภัยกว่า อย่างเช่น จอมอนิเตอร์ และเมนบอร์ดบางรุ่นบางยี่ห้อ ถ้าเกิดว่าไปซื้อรุ่นแปลกๆ แล้วเกิดปัญหาขึ้นมา ลำบากเลย เพราะอาจจะหาคนช่วยแก้ปัญหาได้ยาก บางอย่างก็ติดตั้งไม่ใช่ง่ายๆ เมนบอร์ดยี่ห้อโนเนมบางรุ่นอย่าว่าแต่หาชื่อรุ่นที่สกรีนบน เมนบอร์ดเลย ชื่อยี่ห้อก็แทบจะไม่มี ยังไม่รวมไปถึงเมนบอร์ดกับจอยี่ห้อแปลกๆ ที่เห็นแล้วต้องอุทานว่า “มีเมนบอร์ดยี่ห้อนี้ในโลกด้วยหรือ” ยี่ห้อ ใครว่าไม่สำคัญ
6. ตรวจสอบอุปกรณ์ให้ครบตอนรับของ
อาจจะไม่ต้องตรวจสอบให้ครบเป๊ะๆ ว่าต้องข้างกล้องมียังไงต้องครบเท่านั้น ของมือสองมันก็อาจจะมีบางอย่างตกๆ หล่นได้บ้าง แต่ที่สำคัญก็คือ คู่มือ และไดรเวอร์ ใครที่ซื้อเมนบอร์ด และไม่มีคู่มืออาจจะลำบากหน่อยล่ะ ถ้าคุณไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองไปโหลดคู่มือที่เป็นไฟล์ pdf จากในอินเทอร์เน็ตแล้วล่ะก็คงได้คลำทางกันทั้งคืน และยังมีสินค้าบางประเภทที่มีอุปกรณ์ให้เยอะอย่างเช่นกล้องดิจิตอลที่ในกล่องจะมีทั้งสาย transfer สายไฟสำหรับแท่นชาร์จซึ่งสำคัญทั้งนั้น ถ้าไม่ตรวจสอบให้ดีๆ ล่ะก็ เข้าศูนย์ซื้อสาย USB เส้นนึง ไม่ใช่ถูกๆ นะที่กล่าวไปข้างต้นนี้ก็ประเดิมแบบคร่าวๆ
แต่การจะซื้อสินค้าแต่ละอย่างเราจะต้องมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องพิจารณากันอีก ซึ่งจะแบ่งเป็นประเภทๆ ไป ซึ่งทั้งหมดที่นำเสนอมาน่าจะช่วยให้ผู้ที่ต้องการเลือกซื้อสินค้ามือสองนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ในระดับหนึ่ง การซื้อสินค้ามือสองแต่ละชิ้นส่วนจะมีส่วนที่ต้องดูกันให้ดีแตกต่างกันไป ทาง CC2hand ก็เลยคิดว่าจะแนะในส่วนที่คิดว่าสำคัญสำหรับการเลือกซื้อในสินค้าแต่ละประเภท จะได้เข้าใจกันง่ายกว่า
“ข้อควรระวังในการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต”
1. อย่านัดซื้อขายในสถานที่เปลี่ยว และในยามวิกาล
2. พยายามหาเบอร์ติดต่อที่ไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์มือถือ
3. ถ้าคุณไม่เชี่ยวชาญพาคนที่มีความรู้ไปช่วยดูสินค้าด้วย
4. หลีกเลี่ยงการโอนเงินไปให้ก่อน
5. พัสดุเก็บเงินปลายทางไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากการฉ้อโกงเสมอไป
6. ระวังของโจรเปิดดู (177) สร้างวันที่: 2011-03-20 11:01:15 แหล่งที่มา: cc2hand
